ตรวจสอบรถมือสอง

ตรวจสอบรถมือสอง

ตรวจสอบรถมือสอง

วันดีคืนดีอย่างได้รถสักคัน  จะซื้อมือหนึ่งก็แพง  คิดว่าจะซื้อมือสอง  คงพอจะจ่ายไหว  ยิ่งสมัยนี้มีรถที่หลุดจากการผ่อนไม่ไหวเยอะเหมือนกัน  มีให้เลือกทุกรุ่น  ทุกยี่ห้อ  ไม่อยากจะซื้อมือหนึ่ง  แต่ว่าจะซื้ออย่างไรให้เกิดความั่นใจว่ารถที่เราได้นั้นมีคุณภาพที่ดี  ไม่ได้ผ่านการชนหนักมาก่อน  หรือว่าเครื่องมีปัญหา  คิดว่าเราซื้อไปจะทดทานไหม  เรื่องต่างๆ  ที่หลายคนกำลังคิดก่อนที่จะซื้อรถมืองสอง  วันนี้จะมาขอแนะนำวิธีการตรวจสอบรถมือสองก่อนที่เราจะซื้อ  ควรอยู่ในสภาพที่ดีและไม่ผ่านการชนหนักอย่างรุนแรงมาก่อนมีขั้นตอนการ  ตรวจสอบรถมือสอง ดังนี้

1. เต้นท์รถมือสองหรือร้านขายรถมืองสอง
เต้นท์รถมือสองที่เราจะซื้อนั้นมีความมั่นใจขนาดไหนบ้าง  จากการสอบถามคนที่เคยรู้จักและมีมาตรฐานหรือไม่  เพราะว่าหากเขามีมาตรฐานที่ดีจะทำการตรวจสอบสภาพรถที่ดีด้วยเช่นกัน  รถที่ขายมีเยอะหรือเปล่า  เปิดมานานหรือยัง บริการลูกค้าและการแนะนำเป็นยังไง  เรื่องเหล่านี้เป้นการบ่งบอกถึงเต้นท์ที่ดี
การที่จะค้นหานั้น  นอกจากถามผู้รู้ที่เคยไปซื้อแล้ว  สามารถที่จะหาตามสื่อต่างๆที่ได้ลงโฆษณาได้  อย่างเช่นอินเตอร์เน็ต  หนังสือพิมพ์  เอกสารโบชัวร์  เพื่อจะได้รถที่ต้องการและพอใจ  หากคุณต้องการรุ่นหรือว่ายี่ห้อนั้นแล้วให้ควรสอบราคาจากแหล่งอื่นๆ  ว่ามีความเหมาะสมหรือเปล่า  รวมไปถึงการพิจารณาข้อเสนอที่ทางเต้นท์แนะนำ  อย่างเช่น  แถมประกันภัย  การบำรุงรักษาฟรี  การผ่อนชำระที่นาน  ดอกเบี้ยถูก  ดาวน์น้อย และอื่นๆ  หากหาทางอินเตอร์เน็ตจะมีความหลากหลายมากขึ้น  และทำการเปรัยบเทียบในเต้นท์ต่างๆได้ง่ายเช่นกัน
เรื่องความรู้เกี่ยวกับรถนั้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก  เพราะว่าจะซื้อรถทอสองต้องมีความรู้เกี่ยวกับรถและเครื่องยนต์บ้าง  ว่าแต่ละส่วนทำงานอย่างไร ส่วนไหที่ต้องพิจารณาเป็นสำคัญ  เพื่อจะช่วยใช้ประกอบการซื้อรถที่มีคุณภาพ และหากมีดีลเลอร์ก็ต้องตรวจสอบว่าเป็นอย่างไรมากจาเต้นท์ไหนบ้าง  พวกนนี้เขาจะแนะนำรถให้เป็นอย่างดี

2. เอารถออกมาพื้นที่ตรวจสอบ
ในภายนอกไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ประกอยด้วยอื่นๆ    เลื่นรถออกมาพื้นที่ให้เหมาะสม  ที่มีแสงสว่างสามารถมองเห็นรถได้ชัดเจน  และอยู่บนพื้นที่มีระดับสม่ำเสมอ  ไม่ลาดเอียง  จึงจะสามารถของเห็นได้ชัดเจนและดูระดับของรถได้ถูกต้อง ดูบริเวณกระจกในแต่ละด้านด้วยการสะท้อนกัยแสงด้วย  ว่ามีรายละเอียดอย่างไร  มีรอยหรือว่าความขุ่นมัวหรือเปล่า  สัญญาณไฟต่างๆ ควรใช้งานได้ดี ไม่มีรอยแตกร้าว

3.รอยขีดข่วนต่างๆ สนิม  และรอบบุบ
ให้ตรวจสอบรอยขีดข่วนที่เกิดขึ้น  เป็นธรรมดาของรถมือสองอยู่แล้วนะครับ  ถ้าไม่มีเลยสิแปลก  ให้ทำการตรวจสอบรอยต่างๆว่ามีมากน้อยเพียงใด  โดยอาศัยแสงสว่างช่วย  ตรวจสอบความสม่ำเสมอของสีว่าได้ไปทำสีมาหรือเปล่า  อาจจะใช้นิ้วในการลูกว่ามีความเสมอกันดีหรือไม่  ถ้ามีหนาบ้างบางบ้าง  แสดงว่าได้ผ่านการทำสีมา  ดูสนิมและรอยเปลื้อนที่ไม่สามารถออกได้  เป็นการแสดงถึงความเอาใจใส่ในการดูแลรถของเจ้าของคนก่อนนั้น  นอกจากนี้บริเวณที่มีน็อตดูว่ามีน็อตที่ใหม่เงาอยู่หรือเปล่า  หากมีแสดงว่าได้ทำการเปลี่ยนอปุกรณ์ที่น็อตยึดอยู่ได้  ให้ตรวจสอบโครงสร้างต่างๆว่าไม่หลวมหรือว่าบุบมาก  สีด้านหลังคาและกระโปงรถจะซีดกว่าที่อื่นๆ  เพราะว่าโดนแดดมากกว่า  จะใช้วิธีการเอามือเคาะๆ  เบาเพื่อดูเสียงได้ว่าเสียงมีความสม่ำเสมอกันหรือเปล่า

4. หน้าและท้ายรถ
เป็นส่วนที่มักเกิดอุบัติเหตุได้บ่อยมากที่สุด  ดังนั้นควรตรวจสอบว่ามีรอบยุบลงไปมากหรือเปล่า  ไม่มีสนิมใดๆอยู่เลย  ไม่แสดงรอยแตกของสีด้วย  หากพบดังกล่าวแสดงว่าสด้ผ่านการชนมาแล้ว  ควรให้อยู่ในสภาพที่ดี

5. ยางรถ
ตามจริงแล้วไม่ได้ให้ตรวจสอบเรื่องดอกยางนะ  เพราะถึงยังไงก็แล้วตาสภาพแล้วควรเปลี่ยนใหม่เพื่อความแน่ใจ  แต่จะให้ดูเรื่องของตำแหน่งของยางทั้งสี่ด้าน  ว่าเท่ากันหรือไม่  มีล้อไหนเอียงหรือว่าคตงอไปหรือเปล่า  ที่สำคัญแม็กหรือกระทะควรอยู่ในสถาพที่ดี  ไม่งอหรือว่าแตก  ลองดูล้อหน้าทั้งสองว่าล้อทั้งสองนั้นมีลักษณะเท่ากันด้วยหรือไม่  ควรจะเท่ากันเป็นอย่างยิ่ง

6. เปิดกระโปรงรถ
เปิดกระโปรงรถเพื่อดูเครื่องยนต์  เริ่มจากตัวประโปรงนั้นเลย  ว่ามีสนิมหรือเปล่า  มีการยุบมากน้อยเพียงใด  สามารถที่จะปิดสนิดได้ง่าย  แล้วทำการดูบริเวณต่างๆ  หากพบว่ามีสีที่แตกต่างกันอาจจะไปทำมาใหม่ได้  ดูเครื่องยนต์ว่ามีความสะอาด  ไม่ว่าจะเป็นท่อไม่มีรอยแตกรั่ว  บริเวณการเชื่อมต่อท่อและเข็มขัดมีความแน่นสนิด และหม้อน้ำไม่ควรมีรอยรั่วหรือยุบ  นอกจากนั้นตรวจสอบของเหลวต่างในรพอย่างเช่น  น้ำมันเครื่อง น้ำหกลั่น  น้ำยาแอร์  น้ำมันเบรก เป็นต้น และเราต้องจับในแต่ละส่วนว่ามีความแน่นหรือไม่

7. ตรวจสอบเลขตัวถัง
เลขตัวถังรถเป็นการรถระบุความถูกต้องและมีที่มาที่ไป  เลขตัวถังอาจจะอยู่ตามที่ต่างๆ เป็นการตรวจสอบรถของเราได้  ว่าถูกหรือผิดกฏหมายหรือไม่ด้วย

8. ท้องรถ
ดูท้องรถให้ละเอียดว่ามีอะไรเคยไปขุดกับท้องรถหรือไม่  ควรสอบการรั่วของน้ำมันต่างๆ  ไม่ว่าจะจากเครื่องยนต์หรือว่าตัวโช้คเอง  ท่อไอเสียยังสภาพดีอยู่หรือเปล่ามีสนิมขึ้นมาหรือไม่  รอยต่างๆที่เกิดขึ้นกับท้องรถสามารถที่จะไปกระทบส่วนอื่นๆได้  และอย่าเห็นรอยรั่วต่างๆ  ท่อไอเสียหากขึ้นสนิมแล้วก็ไม่ดีเพราะว่าใช้ไปอาจจะทะลุได้  และตรวจสอบจุดดำของควีนว่ามีมากน้อยแค่ไหน  เพราะตรงนี้แสดงถึงจุดรั่วของไปเสียรถที่ออกมานั้นเอง

9. ดูภายในรถโดยส่วนรวม
เริ่มจากเปิด-ปิดประตูเป็นอย่างไร  มีเสียงการเปิดและปิด  ต้องปิดแบบสนิด สามารถที่จะเปิดปิดได้ง่ายไม่ฝืด  เบาะรถต่างๆ ตรวจสอบทุกตารางนิ้วเลย  ไม่มีรอยฉีดขาด  ด้านบนเพดานรถมีความแน่นแนบกับหลังคาได้สนิดไม่มีรู  อาจจะใช้มือลูบๆหรือวากดดู  เข้มขัดนิรภัยสภาพดี กลิ่นภายในรถไม่ควรมีกลิ่นเหม็นบ่งบอกประสิทธิภาพของแอร์ด้วย  สีของเบาะไม่ควรซีดหากรองนั่งควรนุ่มไม่แข็งจนเกินไป  ไม่มีรอยสกปรกต่างๆ  ควรสอบที่ระยะทางของรถ  ว่าวิ่งได้เท่าไหร่แล้ว  โดยปกติจะประมาณ  2 – 3 กิโลเมตรต่อปีถ้าเป็นรถบ้านธรรมดา  ข้อควรระวังเข็มไมค์อาจจะไม่ตรงควรตรวจสอบสภาพรถประกอบไปด้วย  และรถที่ต่างจังหวัดจะมีฝุ่นที่เยอะจึงมีสภาพที่เก่ากว่ารถที่อยู่ในเมือง  แต่ภายในยังถือว่าไม่แตกต่างเท่าไหร่  แต่ระยะทางบ่งบอกถึงสภาพเครื่องยนต์ว่าได้ผ่านการใช้งานมามากน้อนเพียงใด  เพราะว่ารถและเครื่องยนต์มีอายุตามระยะทาง
การที่เรามองภายในรถนั้นหากเป็นเบาพกำมหยี่ดูเชื้อราที่เกิด  และเป็นรอบคราบ หรือว่ามีรอยเหมาะถูกแน่นำได้  เพราะว่ารอยนั้นบ่งบอกว่ารถถูกน้ำแช่  จะเห็นเป็นเชื้อรา  รอยน้ำ  ความชื้น ต่างๆ  หากมีระบบ GPS ก็ควรตรวจสอบด้วยให้เรื่องของการใช้งานในสภาพที่ดี

10. ติดเครื่องยนต์
เครื่องฟิตสตาร์ทติดง่าย  ยังไงก็ต้องดูเครื่องที่ติดง่ายๆ  เพราะว่าบ่งบอกถึงสภาพเครื่องยต์ไดร์สตาร์ท และแบตเตอรี่เป็นยังไง  หากมีอะไรอย่างหนึ่งไม่ดีเครื่องนั้นจะสตาร์ทติดยาก  เสียงของเครื่องยนต์ควรที่จะนิ่งและเงียบไม่มีเสียงสายพานหรือว่าเสียงอื่นๆ ที่ไม่ไช่เสียงเครื่องยนต์เข้ามาแทรก  ลักษระเครื่องที่สั่น  และมีควันดำเป็นจำนวนมากแสดงว่าเครื่องอาจจะหลวมมากก็ได้

11. แอร์รถ
แอร์รถถ้าไม่เย็นก็แสดงว่าไม่ดีอย่างแน่นอน  สำหรับเครื่องปรับอากาศในรถยนต์นอกจากตรวจสอบความเย็นแล้วยังต้องตรวจ สอบกลิ่น  และใช้สารทำความเย็นเบอร์ไหน  ลอมที่ออกมานั้นมีความแรงมากน้อยตามที่เราปรับหรือไม่

12. ตรวจสอบด้วยการลองขับ
การตัดสินใจก่อนที่จะซื้อต้องทดลองขับกันก่อนอย่างน้อยเป็นเวลา 20 นาที  ตรวจสอบรถมือสอง เป็นไปได้ให้ขับตามถนนหลากหลายเหตุการร์แต่ในเมืองรถติด และเส้นนอกเมือง  เพราะสภาพแต่ละถนนการขับขี่จะแตกต่างกัน ใช้ความเร็วที่แตกต่างกัน  อัตตราเร่ง  การควบคุมของรถและช่วงล่างที่ยังคงยึดเกาะถนนอยู่ การขับตามชานเมืองจะทดสอบความเร็วและความร้อยของเครื่องยนต์  เพราะว่าการขับจะได้ทราบถึงสมถภาพที่รถมีอยู่ในส่วนของการขับขี่ต่างๆ  ดังนั้นแล้วควรจำเป็นอย่างยิ่งที่จะขับลองดู  และตรวจสอบการขับได้หลายอย่างดังนี้
เบรกรถ : สำหรับการเบรกรถที่นี้นั้นจะต้องเหยียบได้ง่ายและห้ามล้อได้อย่างรวดเร็ว  ไม่ลื่นและการเหยียบสามารถที่จะเหยียบได้รวดเร็วไม่ติดขัด  เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการขับขี่  ในการเบรกจะต้องไม่มีเสียงด้วย
ระบบไฟฟ้า : ระบบไฟสามารถที่จะตรวจด้วยการเปิดไฟเปิดไฟเลี้ยว  แล้วก็วิทยุ  เครื่องเล่น CD รวมไปถึงระบบอื่นที่มีความจำเป็น  เช่น  กล้องด้านหลัง  ระบบเซ็นเซอร์ถ่อยหลัง
ครัชและเกียร์ : เป็นสิ่งที่บ่งบอกการใช้งานเป็นอย่างดีในกรณีเกียรธรรมดา  ควรที่จะตรวจสอบการเข้าเกียร์ในทุกๆ เกียร์ การใช้ครัช
หลังจากที่ได้ทดสอบขับแล้วให้ดับเครื่องแล้วดูความร้อนของเครื่อง 5 – 10 นาทีหลังดับเครื่อง  แล้วทำการสตาร์ทใหม่อีกครั้งเพื่อดูความยากง่ายในการติดเครื่อง และสภาพของเครื่องยนต์

13. ตรวจสอบประวัติรถ
การตรสวจสอบประวัติรถจากทะเบียนผู้เป็นเจ้าของ  และการใช้งานของเจ้าของคนก่อน  ตลอดจนการบถรุงรักษา  การซ่อมแซมที่เกิดขึ้น  หากได้รับข้อมูลจากเจ้าของรถโดยตรงจะเป็นการดีอย่างยิ่ง  เพราะจะได้รับข้อมูลที่ละเอียด

14. การรับประกัน
การรับประกันของเจ้าของร้านเป็นเครื่องรับรองว่าเราสามารถที่จะเอารถไปขับ ขี่ได้อย่างสบายใจดังนั้น  ควรสอบถามว่ารับประกันพิ่มเติมเท่าไหร่  อย่างเช่นช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง  รับประกันค่าซ่อมเป็นระยะเวลาเท่านั้นเท่านี้  ส่วนใหญ่จะ 6 – 12 เดือนหรือเป็นอัตราระยะทางที่ใช้งาน

15. งบประมาณ
เงินที่จะซื้อนั้นเป็นสิ่งที่คำนึงถึงว่าเราจะสามารถซื้อรุ่นที่ต้องได้หรือ เปล่า  หากมีการผ่อนจะไหวมั้ย  หรือว่าอาจจะมีเงินก้อนและคิดว่าซื้อที่มีราคาต่ำกว่าที่ดูไว้ก็ได้  เพราะว่ารถมือสองนั้นมีหลายราคามาก  ตั้งแต่ไม่ถึงแสนเลยก็มี

16 เปรียบเทียบ
การเปรียบเทียบนั้นคือการดูจากสภาพรถและราคาในแล่ะรุ่น  ทางครั้งในเต้นท์อาจจะมีรุ่นเดียวกัน  ราคาแตกต่างกัน เราต้องดูว่าควรเลือกจากจุดใดเพื่อเปรียบเทียบนั้นเอง  หรือแม้กระทั้งต่างเต้นท์กันก็ตาม  ซึ่งมีข้อเปรียบเทียบดังนี้
– ราคา
– ระยะทากงารใช้งาน
– การรับประกัน
– โปรโมชั้นหรือข้อเสนออื่นๆ
– ส่วนประกอบภายนอกของรถและส่วนประกอบภายใน
– การบริการหลังการขาย
– อื่นๆ
รถมือสองที่เราต้องการนั้นต้องมีความเหมาะสมและสามารถที่จะใช้งานได้อย่าง ดี  การเลือกซื้อ  ตรวจสอบรถมือสอง  เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก  เดียวจะคิดว่าตาดีได้ตาร้ายเสีย  หากเราได้ทำการตรวจสอบได้อย่างดี  รถที่ได้มีก็จะดีตามไปด้วย  สามารถที่จะเป็นรถคู่ใจได้อีกนานถึงเป็นรถมือสองก็ตาม และสามารถใช้ได้ยาวนาน




coded by nessus

 Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.

เว็บในเครือ