<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Krabork.com สาระน่ารู้ต่างๆ นาๆ</title>
	<atom:link href="http://www.krabork.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.krabork.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Sat, 09 Jul 2011 09:43:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
<xhtml:meta xmlns:xhtml="http://www.w3.org/1999/xhtml" name="robots" content="noindex" />
		<item>
		<title>อาหารและสมุนไพรรักษาหวัด</title>
		<link>http://www.krabork.com/2011/06/29/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://www.krabork.com/2011/06/29/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 29 Jun 2011 01:20:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.krabork.com/?p=1391</guid>
		<description><![CDATA[ฟ้าทะลายโจร  ในหลายคนรู้จักกันดีเพราะให้รสชาติที่ขมมาก แต่มันช่วยในการรักษาหวัดได้ดีเลยทีเดียว  ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของเราได้เป็นอย่างดี  อาการร้อนในหรือว่าเป็นไข้อยู่นั้นก็จะช่วยรักษาให้เราเย็นขึ้น  เป็นการลดไข้ ขิง  เครื่องดื่มของขิงนั้น  ช่วยในการลดไข้เป็นอย่างดี  ควรที่จะดื่มขณะยังร้อนๆ ตำลึง  เป็นผักที่เรามารับประทานกันไม่ว่าจะเป็นการรับประทานสดหรือว่าประกอบอาหาร  ทำให้ช่วยในการถอนพิษไข้ได้ดีเยี่ยม หอมแดง  เป็นการช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกของเรา  สามารถใช้ดูดดมทำให้ดีขึ้น พริก  ช่วยในการขับเสมหะของเรา  ทำให้ระบบทางเดินหายใจเราสะดวกขึ้น ส้ม  มีวิตามินซีสูง  ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงต่อต้านหวัด  และเป็นการเพิ่มน้ำในร่างกาย &#160;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ฟ้าทะลายโจร  ในหลายคนรู้จักกันดีเพราะให้รสชาติที่ขมมาก แต่มันช่วยในการรักษาหวัดได้ดีเลยทีเดียว  ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของเราได้เป็นอย่างดี  อาการร้อนในหรือว่าเป็นไข้อยู่นั้นก็จะช่วยรักษาให้เราเย็นขึ้น  เป็นการลดไข้</p>
<p>ขิง  เครื่องดื่มของขิงนั้น  ช่วยในการลดไข้เป็นอย่างดี  ควรที่จะดื่มขณะยังร้อนๆ</p>
<p>ตำลึง  เป็นผักที่เรามารับประทานกันไม่ว่าจะเป็นการรับประทานสดหรือว่าประกอบอาหาร  ทำให้ช่วยในการถอนพิษไข้ได้ดีเยี่ยม</p>
<p>หอมแดง  เป็นการช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกของเรา  สามารถใช้ดูดดมทำให้ดีขึ้น</p>
<p>พริก  ช่วยในการขับเสมหะของเรา  ทำให้ระบบทางเดินหายใจเราสะดวกขึ้น</p>
<p>ส้ม  มีวิตามินซีสูง  ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงต่อต้านหวัด  และเป็นการเพิ่มน้ำในร่างกาย</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.krabork.com/2011/06/29/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อเป็นหวัดต้องทำอย่างไร</title>
		<link>http://www.krabork.com/2011/06/26/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.krabork.com/2011/06/26/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Jun 2011 10:18:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[หวัด]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้หวัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.krabork.com/?p=1388</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับผู้ที่เป็นหวัดนั้นอาจจะมีอาการเบา – หนัก  ต่างกันซึ่งแล้วแต่ความแข็งแรงของร่างกาย(ที่ได้รับเชื้อหวัด  บางมีแค่อาการทั่วๆไปเช่น  จาม น้ำมูกไหล  บางรายอาจจะ เป็นไข้ขึ้นสูง  เจ็บคอ  เพราะฉะนั้นเราควรดูแลในช่วงที่เป็นหวัด  ให้บรรเทาให้เร็วขึ้น   และช่วยให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ยาก -          ต้องดื่มน้ำมากๆ  อันนี้ต้องบอกไว้ก่อนนะครับ  การที่เราเป็นไข้ร่วมด้วยนั้นทำให้ร่างกายเราร้อนและอ่อนเพลียการดื่มน้ำเข้าไปจะไปช่วยในการปรับอุณหภูมิของร่างกายและทดแทนน้ำที่เสียไปได้  ช่วยปรับความสมดุลในร่างกายให้ไข้ลดลง -          รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ที่มีวิตามินซีเยอะๆ  อย่างเช่น ส้ม  จะให้ร่างกายของเรามีภูมิคุ้มกันมากขึ้น -          นอนหลับผักผ่อนให้เพียงพอ  ควรที่จะหยุดทำงานชั่วคราวเพื่อให้ร่างการผักผ่อนในระยะฟื้นตัว  ร่างกายต้องกำจัดเชื้อโรคออกไป  เป็นการพักผ่อนด้วยการนอนหลับ  จะทำให้ร่างการฟื้นตัวเร็วขึ้น -          หากมีอาการใข้ขึ้นสูงควรที่จะหาผ้าซุบน้ำมาเช็คตัวเป็นระยะควรที่จะเป็นน้ำที่อุณหภูมิห้อง -         งดรับประทานสิ่งของที่เป็นพิษต่อร่างกาย  อย่างเช่น  ชา  กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ -          ทำร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ  หากอากาศมีความเย็นจัด  ให้ห่มผ้าเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ -          หากมีอาการเจ็บคอให้ทำการกลั้วคอด้วยน้ำเกลือ -          อย่าสั่งน้ำมูกแรงๆ  แต่ให้ค่อยเช็ดไม่ควรเอาน้ำมูกกลับเข้าไป  หากมีอากาศมากให้เสริมหมอนสูงขึ้นอีก  เพื่อให้หายใจสะดวกมากขึ้น -          หากมีอาการยังหนักอยู่ให้รีบไปพอแพทย์ทันที  เพราะอาจจะมีโรคแทรกช้อน  หรืออาจจะเป็นเชื้อหวัดที่ต้องได้รับการดูรักษาเป็นพิเศษ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.krabork.com/wp-content/uploads/2011/06/012.gif"><img class="alignleft size-medium wp-image-1389" style="margin: 5px; border: 1px solid black;" title="ไข้หวัด" src="http://www.krabork.com/wp-content/uploads/2011/06/012-200x300.gif" alt="" width="160" height="240" /></a></p>
<p>สำหรับผู้ที่เป็นหวัดนั้นอาจจะมีอาการเบา – หนัก  ต่างกันซึ่งแล้วแต่ความแข็งแรงของร่างกาย(ที่ได้รับเชื้อหวัด  บางมีแค่อาการทั่วๆไปเช่น  จาม น้ำมูกไหล  บางรายอาจจะ เป็นไข้ขึ้นสูง  เจ็บคอ  เพราะฉะนั้นเราควรดูแลในช่วงที่เป็นหวัด  ให้บรรเทาให้เร็วขึ้น   และช่วยให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ยาก</p>
<p>-          ต้องดื่มน้ำมากๆ  อันนี้ต้องบอกไว้ก่อนนะครับ  การที่เราเป็นไข้ร่วมด้วยนั้นทำให้ร่างกายเราร้อนและอ่อนเพลียการดื่มน้ำเข้าไปจะไปช่วยในการปรับอุณหภูมิของร่างกายและทดแทนน้ำที่เสียไปได้  ช่วยปรับความสมดุลในร่างกายให้ไข้ลดลง</p>
<p>-          รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ที่มีวิตามินซีเยอะๆ  อย่างเช่น ส้ม  จะให้ร่างกายของเรามีภูมิคุ้มกันมากขึ้น</p>
<p>-          นอนหลับผักผ่อนให้เพียงพอ  ควรที่จะหยุดทำงานชั่วคราวเพื่อให้ร่างการผักผ่อนในระยะฟื้นตัว  ร่างกายต้องกำจัดเชื้อโรคออกไป  เป็นการพักผ่อนด้วยการนอนหลับ  จะทำให้ร่างการฟื้นตัวเร็วขึ้น</p>
<p>-          หากมีอาการใข้ขึ้นสูงควรที่จะหาผ้าซุบน้ำมาเช็คตัวเป็นระยะควรที่จะเป็นน้ำที่อุณหภูมิห้อง</p>
<p>-        <span id="more-1388"></span> งดรับประทานสิ่งของที่เป็นพิษต่อร่างกาย  อย่างเช่น  ชา  กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์</p>
<p>-          ทำร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ  หากอากาศมีความเย็นจัด  ให้ห่มผ้าเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ</p>
<p>-          หากมีอาการเจ็บคอให้ทำการกลั้วคอด้วยน้ำเกลือ</p>
<p>-          อย่าสั่งน้ำมูกแรงๆ  แต่ให้ค่อยเช็ดไม่ควรเอาน้ำมูกกลับเข้าไป  หากมีอากาศมากให้เสริมหมอนสูงขึ้นอีก  เพื่อให้หายใจสะดวกมากขึ้น</p>
<p>-          หากมีอาการยังหนักอยู่ให้รีบไปพอแพทย์ทันที  เพราะอาจจะมีโรคแทรกช้อน  หรืออาจจะเป็นเชื้อหวัดที่ต้องได้รับการดูรักษาเป็นพิเศษ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.krabork.com/2011/06/26/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เกี่ยวกับโรคหวัดที่ควรรู้</title>
		<link>http://www.krabork.com/2011/06/23/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.krabork.com/2011/06/23/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 23 Jun 2011 12:30:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[หวัด]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[โรคหวัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.krabork.com/?p=1380</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับหวัดนั้นใครๆ ก็คงเคยเป็นอย่างแน่นอนตั้งแต่เล็กจนโตใครที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงก็อาจจะเป็นน้อยหน่อย ใครที่มีสุขภาพอ่อนแอก็เป็นบ่อยหน่อย ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นกันน่าฝนและหนาว เพราะว่าจะแพร่เชื้อในอุณหภูมิที่เหมาะสมทำให้มีการตืดเชื้อหวัดได้ง่าย และเด็กก็จะเป็นบ่อยกว่าผู้ใหญ่เพราะผู้ใหญ่มีภูมิคุ้มกันที่มากกว่า โรคหวัดในปัจจุบันได้มีการเพิ่มและพัฒนาสายพันธุ์ด้วยตัวของมันเองมีความรุนแรงขึ้นกว่าเดิม หรือโรควันธรรมดาทั่วไปก็ทำให้เราต้องเจ็บป่วยได้ไม่แพ้กัน แม้คนเราจะมียาที่ใช้ป้องกันแต่ก็ไม่สามารถใช้ได้ทุกสายพันธุ์ทำให้ป้องกันได้เพียงชนิดที่เราได้รับไปเท่านั้น ซึ่งอาจจะมีหลายร้อยสายพันธุ์ก็ทำให้เราเป็นหวัดได้ โรคหวัดนั้นไม่มียารักษานะครับ มีแต่ยาที่ใช้บรรเทาอากาศหวัดเท่านั้นไม่ว่าจะเป็นแก้ปวดหัวตัว แก้น้ำมูกอะไรต่างๆ ยาที่หมอจัดให้นั้นเอง เมือเราเป็นหวัดนั้นถ้ารักษาที่ดีพอจะหายได้เองและหายได้เร็ว เนื่องจากไม่มียาแก้เมือเราเป็นหวัดจะหายได้เอง และไม่กลับมาเป็นหวัดชนิดแบบเดิมอีกเนื่องจากเราได้สร้างภมิคุ้มกันเชื้อชนิดนั้นๆไปแล้ว เชื้อหวัดสามารถที่จะแพร่กระจายไปโดยง่ายดังนั้นเราควรสวมผ้าปิดปากเมื่อเป็นหวัดเพื่อป้องกันเชื้อไปสู่ผู้อื่นด้วย และยังช่วยไม่ให้เชื้ออื่นเข้าสู่ร่างกายเราเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นการไอการจามควรปิดปากอย่างถูกวิธีเสมอ โรคหวัดนั้นปกติทั่วไปจะหายเองภายใน 7 วัน ถ้าเราไม่รักษาที่ดีพออาจะเป็นานกว่านั้น และที่สำคัญอาจจะติดเชื้อแทรกซ้อนก็ได้ซึ่งมีความรุดแรงมากขึ้น เนื่อจากขณะที่ร่างกายกำลังรักษาตัวเองอยู่นั้นต้องใช้พลังงานเป็นอย่างมากในการปรับตัวและรักษาตัวเอง อย่างเช่น หูอักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดบวม เป็นต้อนเราควรที่จะเอาใจใส่หากเราเป็นหวัดอาจะทำให้เป็นหนักได้ ควรดูแลเอาใจใส่ให้ดี จะได้หายๆไวๆ ไม่มีโรคแทรกซ้อนขึ้นได้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.krabork.com/wp-content/uploads/2011/06/หวัด.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-1381" style="margin: 5px;" title="หวัด" src="http://www.krabork.com/wp-content/uploads/2011/06/หวัด-300x297.jpg" alt="" width="197" height="195" /></a></p>
<p><span style="font-family: Times New Roman,serif;"> </span>สำหรับหวัดนั้นใครๆ ก็คงเคยเป็นอย่างแน่นอนตั้งแต่เล็กจนโตใครที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงก็อาจจะเป็นน้อยหน่อย  ใครที่มีสุขภาพอ่อนแอก็เป็นบ่อยหน่อย  ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นกันน่าฝนและหนาว  เพราะว่าจะแพร่เชื้อในอุณหภูมิที่เหมาะสมทำให้มีการตืดเชื้อหวัดได้ง่าย  และเด็กก็จะเป็นบ่อยกว่าผู้ใหญ่เพราะผู้ใหญ่มีภูมิคุ้มกันที่มากกว่า  โรคหวัดในปัจจุบันได้มีการเพิ่มและพัฒนาสายพันธุ์ด้วยตัวของมันเองมีความรุนแรงขึ้นกว่าเดิม หรือโรควันธรรมดาทั่วไปก็ทำให้เราต้องเจ็บป่วยได้ไม่แพ้กัน  แม้คนเราจะมียาที่ใช้ป้องกันแต่ก็ไม่สามารถใช้ได้ทุกสายพันธุ์ทำให้ป้องกันได้เพียงชนิดที่เราได้รับไปเท่านั้น  ซึ่งอาจจะมีหลายร้อยสายพันธุ์ก็ทำให้เราเป็นหวัดได้</p>
<p><span style="font-family: Times New Roman,serif;"> </span>โรคหวัดนั้นไม่มียารักษานะครับ  มีแต่ยาที่ใช้บรรเทาอากาศหวัดเท่านั้นไม่ว่าจะเป็นแก้ปวดหัวตัว  แก้น้ำมูกอะไรต่างๆ  ยาที่หมอจัดให้นั้นเอง  เมือเราเป็นหวัดนั้นถ้ารักษาที่ดีพอจะหายได้เองและหายได้เร็ว  เนื่องจากไม่มียาแก้เมือเราเป็นหวัดจะหายได้เอง  และไม่กลับมาเป็นหวัดชนิดแบบเดิมอีกเนื่องจากเราได้สร้างภมิคุ้มกันเชื้อชนิดนั้นๆไปแล้ว  เชื้อหวัดสามารถที่จะแพร่กระจายไปโดยง่ายดังนั้นเราควรสวมผ้าปิดปากเมื่อเป็นหวัดเพื่อป้องกันเชื้อไปสู่ผู้อื่นด้วย และยังช่วยไม่ให้เชื้ออื่นเข้าสู่ร่างกายเราเพิ่ม  ไม่ว่าจะเป็นการไอการจามควรปิดปากอย่างถูกวิธีเสมอ</p>
<p><span style="font-family: Times New Roman,serif;"> </span><span id="more-1380"></span> โรคหวัดนั้นปกติทั่วไปจะหายเองภายใน <span style="font-family: Times New Roman,serif;">7 </span>วัน ถ้าเราไม่รักษาที่ดีพออาจะเป็นานกว่านั้น  และที่สำคัญอาจจะติดเชื้อแทรกซ้อนก็ได้ซึ่งมีความรุดแรงมากขึ้น  เนื่อจากขณะที่ร่างกายกำลังรักษาตัวเองอยู่นั้นต้องใช้พลังงานเป็นอย่างมากในการปรับตัวและรักษาตัวเอง อย่างเช่น  หูอักเสบ  หลอดลมอักเสบ ปอดบวม  เป็นต้อนเราควรที่จะเอาใจใส่หากเราเป็นหวัดอาจะทำให้เป็นหนักได้  ควรดูแลเอาใจใส่ให้ดี จะได้หายๆไวๆ ไม่มีโรคแทรกซ้อนขึ้นได้</p>
<p><span style="font-family: Times New Roman,serif;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.krabork.com/2011/06/23/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเจาะดูดเอาไขมัน เพื่อลดน้ำหนัก ให้ได้สัดส่วน</title>
		<link>http://www.krabork.com/2011/06/15/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.krabork.com/2011/06/15/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Jun 2011 11:28:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความสวยความงาม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.krabork.com/?p=1376</guid>
		<description><![CDATA[     การดูดไขมันส่วนเกินในโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือทางการแพทย์ที่มันสมัยนั้น  จะไม่ไช่การผ่าตัดเอาก้อนไขมันออก  ไม่ไช่การผ่าตัดเพื่อลดอวัยวะหรือลดขนาดตัว  แต่จะเป็นการดูกไขมันส่วนเกินแแเป็นวิธีการทำบอดี้ไลน์ที่เป็นธรรมชาติและสวยงามนั่นเอง  การดูดไขมัน  ก่อนอื่นต้องเช็คปริมาณไขมันและส่วนที่ไขมันสะสมอยู่  เพื่อดูว่าจะต้องดูดออกประมาณไหน  รอยบาทนั้นจะต่างกันไปขึ้นอยู่กับปริมาณและบริเวณที่จะดูด  รอยผ่าจะมีขนาดแค่ 5-8 มิลลิเมตรเท่านั้น  และจะดูดไขมันออกโดยการใช้ท่อชนิดพิเศษ  ก่อนการผ่าก็จะใช้อะโคนิอเรเจอร์เพื่อช่วยให้ไขมันส่วนเกินออกมาได้เยอะขึ้นนั่นเอง  และช่วยในด้านนอกด้านในชิดสนิทกันเอง  และช่วยในด้านความยืดหยุ่นอีกด้วย  และถ้าจะให้ดีควรใส่อย่างต่อเนืองไปอีก 2-3 เดือน  การออกกำลังกายที่ต้องใช้กำลัง  หรือการเล่นน้ำ  ซาวน่าอบตัว  แช่บ่อน้ำร้อนนั้นควรทำหลังจากทำการดูดไขมันได้  หลังทำการดูดไขมันส่วนเกินอาการบวใจะเกิดขึ้นไม่เกิดขึ้นไม่เกิน 3 อาทิตย์  หลังจาดสามอาทิตย์  ทางโรงพยาบาลก็ตะตัดชุดรัดรูปให้สวมใส่  และควรทำการนวดเป็นเวลาหหนึ่งเดือน  อาทิตย์ละครั้ง  หลังผ่านไป 1 เดือน 2 เดือน 3 เดือน  สัดส่วนก็จะค่อยๆ  เล็กลงและกระชับอย่างเป็นธรรมชาติตามลำดับ  หลังการผ่าตัดประมาณ 2-3 เดือน  ส่วนที่เป็นแข็งๆ  จะเป็นก้อนที่มาจากผลขอการดูดไขมันจะค่อยๆ  คลายตัวและกลับตัวเข้าสู่สภาพเดิมอย่างเป็นธรรมชาติ ขอขอบคุณนิตยสาร &#8220;Spicy&#8221;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.krabork.com/wp-content/uploads/2011/06/15-12-08-13-47-56s.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-1377" title="15-12-08-13-47-56s" src="http://www.krabork.com/wp-content/uploads/2011/06/15-12-08-13-47-56s-300x150.jpg" alt="" width="168" height="84" /></a>     การดูดไขมันส่วนเกินในโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือทางการแพทย์ที่มันสมัยนั้น  จะไม่ไช่การผ่าตัดเอาก้อนไขมันออก  ไม่ไช่การผ่าตัดเพื่อลดอวัยวะหรือลดขนาดตัว  แต่จะเป็นการดูกไขมันส่วนเกินแแเป็นวิธีการทำบอดี้ไลน์ที่เป็นธรรมชาติและสวยงามนั่นเอง  การดูดไขมัน  ก่อนอื่นต้องเช็คปริมาณไขมันและส่วนที่ไขมันสะสมอยู่  เพื่อดูว่าจะต้องดูดออกประมาณไหน  รอยบาทนั้นจะต่างกันไปขึ้นอยู่กับปริมาณและบริเวณที่จะดูด  รอยผ่าจะมีขนาดแค่ 5-8 มิลลิเมตรเท่านั้น  และจะดูดไขมันออกโดยการใช้ท่อชนิดพิเศษ  ก่อนการผ่าก็จะใช้อะโคนิอเรเจอร์เพื่อช่วยให้ไขมันส่วนเกินออกมาได้เยอะขึ้นนั่นเอง  และช่วยในด้านนอกด้านในชิดสนิทกันเอง  และช่วยในด้านความยืดหยุ่นอีกด้วย  และถ้าจะให้ดีควรใส่อย่างต่อเนืองไปอีก 2-3 เดือน  การออกกำลังกายที่ต้องใช้กำลัง  หรือการเล่นน้ำ  <span id="more-1376"></span>ซาวน่าอบตัว  แช่บ่อน้ำร้อนนั้นควรทำหลังจากทำการดูดไขมันได้  หลังทำการดูดไขมันส่วนเกินอาการบวใจะเกิดขึ้นไม่เกิดขึ้นไม่เกิน 3 อาทิตย์  หลังจาดสามอาทิตย์  ทางโรงพยาบาลก็ตะตัดชุดรัดรูปให้สวมใส่  และควรทำการนวดเป็นเวลาหหนึ่งเดือน  อาทิตย์ละครั้ง  หลังผ่านไป 1 เดือน 2 เดือน 3 เดือน  สัดส่วนก็จะค่อยๆ  เล็กลงและกระชับอย่างเป็นธรรมชาติตามลำดับ  หลังการผ่าตัดประมาณ 2-3 เดือน  ส่วนที่เป็นแข็งๆ  จะเป็นก้อนที่มาจากผลขอการดูดไขมันจะค่อยๆ  คลายตัวและกลับตัวเข้าสู่สภาพเดิมอย่างเป็นธรรมชาติ</p>
<p>ขอขอบคุณนิตยสาร &#8220;Spicy&#8221;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.krabork.com/2011/06/15/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>5 วิธีบริหารเสน่ห์ความรักของสาวๆ</title>
		<link>http://www.krabork.com/2011/06/15/5-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://www.krabork.com/2011/06/15/5-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 15 Jun 2011 03:11:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[เสน่ห์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.krabork.com/?p=1372</guid>
		<description><![CDATA[อย่าคบเขาเหมือนเพื่อน                  เดี๋ยวเขาจะเข้าใจผิด  คิดว่าคุณเป็นแค่เพื่อนหรือไม่ก้เป็นกิ๊กของคุณเท่านั้น  ถ้าคุณพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเขา  ก่อนความรักจะก่อตัวขึ้น  เขาก็จะคิดว่าคุณเป็นเหมือนเพื่อคนหนึ่งทันที  ยิ่งนานวันไปความสัมพันธ์ควรเบ่งบาน  แต่มันก็บานได้แค่เป็นเพื่อน  ไม่ก้าวถึงความเป็นแฟนสักที  ดีไม่ดีโดนคนอื่นคว้าไปอีก  ฉะนั้นถ้าคิดจะคบเป็นแฟนก้จงคบแบบแฟนตั้งแต่แรกเลย ทำเซอร์ไพรส์เขาบ้าง                ผู้ชายน่ะชอบเรื่องเชอร์ไพรส์  ต่อให้ปกเขาปากแข็งแค่ไหน  เชื่อเถอะว่าเขาชอบความตื่นเต้นเร้าใจและลึกลับ  มากกว่าที่จะรู้จักคุณหมดไส้หมดพุง  เพราะอย่างนั้นมันก็เหมือนหมดความตื่นเต้นในตัวเองน่ะซิคะ  ให้ข้อมูลตัวคุณกับเขาบ้างเป็นบางครั้งกระตุ้นให้เขาอยากรู้อยากเห็น   อย่าให้เขารู้เชียวว่าคุรกำลังวางหมาดอย่างไร  สร้างความประทับใจและยวนใจเข้าไว้ล่ะ  แล้วเขาจะเดินเข้ามาหาคุรเอง หันมาสนใจตัวเองบ้าง               เพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวเองด้วยกลิ่นกายที่หอมกรุ่น  ผิวดี  มัดเข้าตากรรมาการมากกว่า  ที่สำคัญคือลมหายใจและกลิ่นปากต้องสดชื่น  แต่งตัวสะอาดชวนมอง  แต่งตัวให้ดูแล้วน่าคบ  สามารถออกงานกับเขาได้อย่างไม่อายและดูสุภาพไว้ก่อน  น่าจะเรียกคะแนนนิยมได้ง่ายกว่า เป็นฝ่ายอยู่นิ่งๆ              อย่าเคลื่อนไหวก่อน  การที่คุณจะรุกผู้ชายสักคนหนึ่งก่อน  พึงตระหนักไว้ว่ามันอาจะทำให้เขารำคาญได้ง่ายๆ  หรือดูว่า want เขามากเกินไป  อยู่นิ่งๆ  แล้วหยังเชิงก่อนว่าเข้าสนใจคุรหรือเปล่าหรือคุณสนใจจริงหรือเปล่า  ถ้าไช่  ค่อยๆ  เผยความให้เขารู้ที่ละน้อย มีอารมร์ขัน             ผู้ชายน้อยคนจะชอบผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความเครียด  ยิ่งเครียดเขายิ่งเบื่อหน่าย  พวกเขาชอบผู้หญิงที่มีอารมร์ขัน  เพราะจะทำให้ชีวิตเขาสนุกสนาน  ไม่ซีเรียส  ยิ้มเข้าไว้  ยิ่งถ้าคุณเป็นสาวยิ้มเก่ง  มารยาทสุภาพ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.krabork.com/wp-content/uploads/2011/06/เดท.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-1373" style="margin: 5px; border: black 1px solid;" title="นัดเดท" src="http://www.krabork.com/wp-content/uploads/2011/06/เดท-240x300.jpg" alt="" width="155" height="189" /></a></p>
<p>อย่าคบเขาเหมือนเพื่อน<br />
                 เดี๋ยวเขาจะเข้าใจผิด  คิดว่าคุณเป็นแค่เพื่อนหรือไม่ก้เป็นกิ๊กของคุณเท่านั้น  ถ้าคุณพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเขา  ก่อนความรักจะก่อตัวขึ้น  เขาก็จะคิดว่าคุณเป็นเหมือนเพื่อคนหนึ่งทันที  ยิ่งนานวันไปความสัมพันธ์ควรเบ่งบาน  แต่มันก็บานได้แค่เป็นเพื่อน  ไม่ก้าวถึงความเป็นแฟนสักที  ดีไม่ดีโดนคนอื่นคว้าไปอีก  ฉะนั้นถ้าคิดจะคบเป็นแฟนก้จงคบแบบแฟนตั้งแต่แรกเลย<br />
ทำเซอร์ไพรส์เขาบ้าง<br />
               ผู้ชายน่ะชอบเรื่องเชอร์ไพรส์  ต่อให้ปกเขาปากแข็งแค่ไหน  เชื่อเถอะว่าเขาชอบความตื่นเต้นเร้าใจและลึกลับ  มากกว่าที่จะรู้จักคุณหมดไส้หมดพุง  เพราะอย่างนั้นมันก็เหมือนหมดความตื่นเต้นในตัวเองน่ะซิคะ  ให้ข้อมูลตัวคุณกับเขาบ้างเป็นบางครั้งกระตุ้นให้เขาอยากรู้อยากเห็น   อย่าให้เขารู้เชียวว่าคุรกำลังวางหมาดอย่างไร  สร้างความประทับใจและยวนใจเข้าไว้ล่ะ  แล้วเขาจะเดินเข้ามาหาคุรเอง<br />
หันมาสนใจตัวเองบ้าง<br />
              เพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวเองด้วยกลิ่นกายที่หอมกรุ่น  ผิวดี  มัดเข้าตากรรมาการมากกว่า  ที่สำคัญคือลมหายใจและกลิ่นปากต้องสดชื่น  แต่งตัวสะอาดชวนมอง  แต่งตัวให้ดูแล้วน่าคบ  สามารถออกงานกับเขาได้อย่างไม่อายและดูสุภาพไว้ก่อน  น่าจะเรียกคะแนนนิยมได้ง่ายกว่า<br />
เป็นฝ่ายอยู่นิ่งๆ<br />
       <span id="more-1372"></span>      อย่าเคลื่อนไหวก่อน  การที่คุณจะรุกผู้ชายสักคนหนึ่งก่อน  พึงตระหนักไว้ว่ามันอาจะทำให้เขารำคาญได้ง่ายๆ  หรือดูว่า want เขามากเกินไป  อยู่นิ่งๆ  แล้วหยังเชิงก่อนว่าเข้าสนใจคุรหรือเปล่าหรือคุณสนใจจริงหรือเปล่า  ถ้าไช่  ค่อยๆ  เผยความให้เขารู้ที่ละน้อย<br />
มีอารมร์ขัน<br />
            ผู้ชายน้อยคนจะชอบผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความเครียด  ยิ่งเครียดเขายิ่งเบื่อหน่าย  พวกเขาชอบผู้หญิงที่มีอารมร์ขัน  เพราะจะทำให้ชีวิตเขาสนุกสนาน  ไม่ซีเรียส  ยิ้มเข้าไว้  ยิ่งถ้าคุณเป็นสาวยิ้มเก่ง  มารยาทสุภาพ รู้จักกาลเทศะ  อย่าว่าแต่จะชนะใจเขาเลยค่ะ  ชนะในไปถึงครบครัวเข้าได้ง่ายๆ  ด้วยผลการสำรวจพบว่าผู้ชาน 7 ใน 10 คนจะคำนึงถึงความสำคัญของอารมร์ขันของผู้หญิงเป็นเรื่องแรก ฉะนั้นทิ้งมาดสวยเริ่ดเชิดหยิ่งไว้  แล้วเอาอารมร์ขันมาสร้างสีสันดีกว่า</p>
<p>ขอขอบคุณ  นิตยสาร Spicy</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.krabork.com/2011/06/15/5-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อยากให้หน้าสวยนานๆ  ต้องทำแบบนี้</title>
		<link>http://www.krabork.com/2011/06/14/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%86-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.krabork.com/2011/06/14/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%86-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 Jun 2011 08:04:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความสวยความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[สวย]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าสวย]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าใส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.krabork.com/?p=1367</guid>
		<description><![CDATA[1.ไม่บีบ กด เกะ ทำร้ายสิวโดยเด็ดขาด  เพราะเสี่ยงกับการสร้างรอยช้ำหรือรอบแผลเป็นผิวได้ง่ายที่สุด  เวลามีสิวควรแต้มยาสลายหัวหิวอุดตันลงไป  แล้วปล่อยให้ตัวยาทำหน้าที่ละลายสิวทิ้งเอง  หน้าจะได้เนียนเรียบหลังจากสิวหายแล้ว 2.เลือกผลิตภัณท์ทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน  โดยดูจาดสภาพผิวขิงตัวเองเป็นสำคัญ  ผลิตภัณท์ทำความสะอาดที่แรงเกินไปจะทำร้ายผิวหน้าให้แห้งกร้าน  แต่ถ้าอ่อนเกินไปก็จะล้างหน้าไม่สะอาดหมดจดอีกนั่นลั่ะ  จึงต้องเลือกที่ตรงกับสภาพของเราถึงจะดีที่สุด 3. ไม่เข้านอนทั้งๆ  ที่เครื่องสำอางยังเต็มหน้า  ตอนกลางคืนเป็นเวลาที่ผิวจะได้ผักผ่อน  แต่ใครยังทิ้งเครื่องสำอางเอาไว้ในรูขุมขนก็จะถูกปิดกั้น  ทำให้ออกซิเจนที่ควรจะเป็นอาหารผิดผ่านเข้าไปไม่ได้  หน้าของคนชอบแต่งขี้เกียจล้างจะโทรมลงถึง 10% แถมต้องใช้เวลาฟื้นฟูอย่างน้อย 3 วันกว่าจะกลับสู่สภาพเดิม 4.ทาครีมกันแดดเป้นประจำทุกวัน  ไม่ว่าจะออกนอกบ้านหรือไม่ก็ตาม  อย่าคิดว่อยู่ไกล้บ้านแล้วรังสียูวีทำอะไรคุณไม่ได้  เพราะแค่เราเปิดไฟฟ้า  ดูทีวี  หรือเล่นคอมพิวเตอร์  ตัวร้ายทำลายผิวก้แทรกซึมเข้ามาได้แล้ว 5.ไม่สูบุหรี่  เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ควันจากบุหรี่นิโคตินเข้ามาทำร้ยผิว  และการห่อปากดูดบุหรี่เป็นประจำจะทำให้รอยปาดคุณมีรอยย่นลึก  ฟันเหลือง  หมดสวย 6.บอกลาเหล้า เบียร์  และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์จะทำให้เส้นเลือดฝอยพองตัวจนแตกออก  ไปหล่อเลี้ยงผิวไม่ได้  ทำให้ผิวแห้งกร้าน  รอยเหี่ยวย่น รอยตีนกา  จุดด่างดำ  จะพาเหรดมากันจนนับไม่ทันเลย 7.การขัดผิวเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ล่ะครั้ง  จะช่วยขจัดเซล์ผิวเก่าออกไปแล้วจะกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทน  ช่วยให้ผิวนุ่มนวล  สร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทน  ช่วยให้ผิวนุ่มนวลสร้างเซลลืผิวใหม่ขึ้นมาแทน  ช่วยให้ผิวนุ่นนวลเนียลใส  และยังลดการเกิดสิวอุดตันได้อีกด้วย 8.ทำให้ให้สบาย  บอกตัวเองว่าถึงงานจะหนักปัยหาชัวิตรุมเร้าก็ต้องไม่เครียด  ความเครียดเป็นเพชฌฆาตเงียบที่จะย่องเข้ามาบ่อยๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.krabork.com/wp-content/uploads/2011/06/05051e259fd65798ac821f8d76747746.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-1368" style="margin-top: 5px; margin-bottom: 5px; border: 1px solid black;" title="05051e259fd65798ac821f8d76747746" src="http://www.krabork.com/wp-content/uploads/2011/06/05051e259fd65798ac821f8d76747746-240x300.jpg" alt="" width="192" height="240" /></a></p>
<p>1.ไม่บีบ กด เกะ ทำร้ายสิวโดยเด็ดขาด  เพราะเสี่ยงกับการสร้างรอยช้ำหรือรอบแผลเป็นผิวได้ง่ายที่สุด  เวลามีสิวควรแต้มยาสลายหัวหิวอุดตันลงไป  แล้วปล่อยให้ตัวยาทำหน้าที่ละลายสิวทิ้งเอง  หน้าจะได้เนียนเรียบหลังจากสิวหายแล้ว</p>
<p>2.เลือกผลิตภัณท์ทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน  โดยดูจาดสภาพผิวขิงตัวเองเป็นสำคัญ  ผลิตภัณท์ทำความสะอาดที่แรงเกินไปจะทำร้ายผิวหน้าให้แห้งกร้าน  แต่ถ้าอ่อนเกินไปก็จะล้างหน้าไม่สะอาดหมดจดอีกนั่นลั่ะ  จึงต้องเลือกที่ตรงกับสภาพของเราถึงจะดีที่สุด	3. ไม่เข้านอนทั้งๆ  ที่เครื่องสำอางยังเต็มหน้า  ตอนกลางคืนเป็นเวลาที่ผิวจะได้ผักผ่อน  แต่ใครยังทิ้งเครื่องสำอางเอาไว้ในรูขุมขนก็จะถูกปิดกั้น  ทำให้ออกซิเจนที่ควรจะเป็นอาหารผิดผ่านเข้าไปไม่ได้  หน้าของคนชอบแต่งขี้เกียจล้างจะโทรมลงถึง 10% แถมต้องใช้เวลาฟื้นฟูอย่างน้อย 3 วันกว่าจะกลับสู่สภาพเดิม</p>
<p>4.ทาครีมกันแดดเป้นประจำทุกวัน  ไม่ว่าจะออกนอกบ้านหรือไม่ก็ตาม  อย่าคิดว่อยู่ไกล้บ้านแล้วรังสียูวีทำอะไรคุณไม่ได้  เพราะแค่เราเปิดไฟฟ้า  ดูทีวี  หรือเล่นคอมพิวเตอร์  ตัวร้ายทำลายผิวก้แทรกซึมเข้ามาได้แล้ว</p>
<p>5.ไม่สูบุหรี่  เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ควันจากบุหรี่นิโคตินเข้ามาทำร้ยผิว  และการห่อปากดูดบุหรี่เป็นประจำจะทำให้รอยปาดคุณมีรอยย่นลึก  ฟันเหลือง  หมดสวย	6.บอกลาเหล้า เบียร์  และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์จะทำให้เส้นเลือดฝอยพองตัวจนแตกออก  ไปหล่อเลี้ยงผิวไม่ได้  ทำให้ผิวแห้งกร้าน  รอยเหี่ยวย่น รอยตีนกา  จุดด่างดำ  จะพาเหรดมากันจนนับไม่ทันเลย</p>
<p><span id="more-1367"></span> 7.การขัดผิวเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ล่ะครั้ง  จะช่วยขจัดเซล์ผิวเก่าออกไปแล้วจะกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทน  ช่วยให้ผิวนุ่มนวล  สร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทน  ช่วยให้ผิวนุ่มนวลสร้างเซลลืผิวใหม่ขึ้นมาแทน  ช่วยให้ผิวนุ่นนวลเนียลใส  และยังลดการเกิดสิวอุดตันได้อีกด้วย</p>
<p>8.ทำให้ให้สบาย  บอกตัวเองว่าถึงงานจะหนักปัยหาชัวิตรุมเร้าก็ต้องไม่เครียด  ความเครียดเป็นเพชฌฆาตเงียบที่จะย่องเข้ามาบ่อยๆ  มักจะผมร่วงสมองกับหัวใจทำงานหนัก  ผิวแห้งไม่มีน้ำมีนวลหน้าตาแก่ก่อนวัย  ซ้ำสิวยังขึ้นเอาๆ  เพราะฮอร์โมนในร่างกายแปรปรวนตลอดเวลา</p>
<p>9.ดื่มน้ำเปล่าให้เป็นนิสัย  น้ำอื่นๆ  มักจะมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ  แต่สำหรับน้ำเปล่า  มั่นใจได้เลยได้ว่าคุรได้รับน้ำสะอาดเข้าไปซะล้างสารพิษเติมความชุ่มซื้นให้ผิวหนัง  ปรับสมดุลให้ร่างกายโดยไม่มีน้ำตาบแถมมาให้เสียอารมร์		ขอบอขบคุณ นิตยสาร  &#8221;Spicy&#8221;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.krabork.com/2011/06/14/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%86-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การดูแลเมื่อความดันสูง</title>
		<link>http://www.krabork.com/2010/08/28/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.krabork.com/2010/08/28/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 28 Aug 2010 14:38:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ความดัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความดันโลหิตสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ความโลหิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.krabork.com/?p=1361</guid>
		<description><![CDATA[                 ความดันโลหิตสูงนี้  หมายถึงแรงดันของกระแสเลือดที่กระทบต่อผนังหลอดเลือดแดง  อันเกิดจากการสูงฉีดของหัวใจ  ค่าที่วัดได้ 2 ค่า คือความดันช่วงบน (แรงดันขณะที่หัวใจบีบตัว)  และความดันช่วงล่าง (แรงดันขณะหัวใจคลายตัว)                 การวินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูง  รวมทั้งติดตามผลการรักษาที่แน่นอนคือ  การตรวจวัดความดันโลหิต  การสังเกตดูอาการอย่างเดียวมันไม่แน่นอน  เนื่องจากโรคนี้ส่วนมากจะไม่แสดงอาการ  คนทั่วไปจึงเข้าใจผิดว่าความดันสูงจะปวดหัวหากตอนไหนไม่ปวดคิดว่าความดันปกติจึงไม่ทานยาต่อเนื่องตามแพทย์บอก  จริงๆแล้วความดันโลหิตสูงที่แสดงอาการปวดศรีษะนั้นเป็นเพียงส่วนน้อย  และอาการปวดศัรษะส่วนใหญ่เกิดจากความเครียด                 เพราะฉะนั้น  ถึงแม้ว่าจะไม่แสดงอาการปวดศีรษะ  ก็มิได้หมายความว่า  ความดันไม่สูง  ดังนั้นผู้ป่วยไม่ควรหยุดนาเอง  ถึงแม้ว่ารู้สึกสบายดีหรือความดันลดลงแล้วก็ตาม  การลกยาหรือหยุดยาควรให้หมอผู้รักษาเป็นผู้พิจารณา  เนื่องจากหากเราปล่อยให้ความดันโลหิตสูง  และต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน  อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ  เช่น  โรคที่เกี่ยวกับหัวใจ  สมอง  ตา  ไต  หลอดเลือดแดงใหญ่  และหลอดเลือดแดงส่วนปลาย  เป็นต้น                 ในการรักษานอกจากจะรักษาโดยวิธีการใช้ยา  ยังมีการใช้วิธีพฤติกรรมบำบัดซึ่งวิธีนี้จะให้ร่วมกับการใช้ยารักษาความดันโลหิตสูงที่แพทย์ผู้รักษาสั่งจ่าย  ดังนั้นจะขอแนะนำเกี่ยวกับข้อปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง  ซึ่งถือเป็นหัวใจของการักษาโรคนี้คู่กับการใช้ยาลดความดัน  ได้แก่                 1. ควรจำกัดปริมาณ  เกลือโซเดียมกินไม่เกินวันละ 2.4 กรัม (เทียบเท่าเกลือแกง 1 ช้อนชา)  โดยงดการกินอาหารเค็ม  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.krabork.com/wp-content/uploads/2010/08/ir224.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-1362" style="margin: 7px;" title="ir224" src="http://www.krabork.com/wp-content/uploads/2010/08/ir224-300x225.jpg" alt="" width="210" height="158" /></a>                 ความดันโลหิตสูงนี้  หมายถึงแรงดันของกระแสเลือดที่กระทบต่อผนังหลอดเลือดแดง  อันเกิดจากการสูงฉีดของหัวใจ  ค่าที่วัดได้ 2 ค่า คือความดันช่วงบน (แรงดันขณะที่หัวใจบีบตัว)  และความดันช่วงล่าง (แรงดันขณะหัวใจคลายตัว)</p>
<p>                การวินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูง  รวมทั้งติดตามผลการรักษาที่แน่นอนคือ  การตรวจวัดความดันโลหิต  การสังเกตดูอาการอย่างเดียวมันไม่แน่นอน  เนื่องจากโรคนี้ส่วนมากจะไม่แสดงอาการ  คนทั่วไปจึงเข้าใจผิดว่าความดันสูงจะปวดหัวหากตอนไหนไม่ปวดคิดว่าความดันปกติจึงไม่ทานยาต่อเนื่องตามแพทย์บอก  จริงๆแล้วความดันโลหิตสูงที่แสดงอาการปวดศรีษะนั้นเป็นเพียงส่วนน้อย  และอาการปวดศัรษะส่วนใหญ่เกิดจากความเครียด</p>
<p>  <span id="more-1361"></span>              เพราะฉะนั้น  ถึงแม้ว่าจะไม่แสดงอาการปวดศีรษะ  ก็มิได้หมายความว่า  ความดันไม่สูง  ดังนั้นผู้ป่วยไม่ควรหยุดนาเอง  ถึงแม้ว่ารู้สึกสบายดีหรือความดันลดลงแล้วก็ตาม  การลกยาหรือหยุดยาควรให้หมอผู้รักษาเป็นผู้พิจารณา  เนื่องจากหากเราปล่อยให้ความดันโลหิตสูง  และต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน  อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ  เช่น  โรคที่เกี่ยวกับหัวใจ  สมอง  ตา  ไต  หลอดเลือดแดงใหญ่  และหลอดเลือดแดงส่วนปลาย  เป็นต้น</p>
<p>                ในการรักษานอกจากจะรักษาโดยวิธีการใช้ยา  ยังมีการใช้วิธีพฤติกรรมบำบัดซึ่งวิธีนี้จะให้ร่วมกับการใช้ยารักษาความดันโลหิตสูงที่แพทย์ผู้รักษาสั่งจ่าย  ดังนั้นจะขอแนะนำเกี่ยวกับข้อปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง  ซึ่งถือเป็นหัวใจของการักษาโรคนี้คู่กับการใช้ยาลดความดัน  ได้แก่</p>
<p>                1. ควรจำกัดปริมาณ  เกลือโซเดียมกินไม่เกินวันละ 2.4 กรัม (เทียบเท่าเกลือแกง 1 ช้อนชา)  โดยงดการกินอาหารเค็ม  เนื้อเค็ม  ไขเค็ม  น้ำพริก  กะปิ  ปลาร้า  ของดองเกลือควรกินอาหารทีมีรสจืดที่สุดเท่าที่กินได้เวลาเลือกอาหารกระป๋องหรืออาหารสำเร็จรูปให้เลือกที่มีปริมาณโซเดียมต่ำ</p>
<p>                2. ควรลดน้ำหนัก  โดยการงดกินอาหารที่ไม่ไขมันชนิดอิ่มตัว  งดของทอด  เนื้อ  หรือหมูติดมัน  ควรกินอาหารที่ทำโดยการต้ม  นึ่ง  และงดอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล  ควรกินผักและผลไม้ให้มาหขึ้น</p>
<p>                ที่มา : นิตยสาร alternative health</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.krabork.com/2010/08/28/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แค่ไหนจึงเป็นโรคความดันโลหิตสูง</title>
		<link>http://www.krabork.com/2010/08/28/%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://www.krabork.com/2010/08/28/%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 28 Aug 2010 05:13:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ความดัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความดันโลหิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.krabork.com/?p=1357</guid>
		<description><![CDATA[ความดันโลหิตที่วัดได้ (mm Hg)* ความรุงแรงของความดันโลหิต Systolic Diastolic จะต้องทำอะไร ความดันโลหิตที่ต้องการ น้อยกว่า   120 น้อยกว่า 80 ให้ตรวจซ้ำใน 2 ปี ความดันโลหิตสูงขั้นต้น 130 &#8211; 139 85-89 ตรวจซ้ำภายใน 1 ปี ความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตสูงระดับ 1 Stage 1 (Mild) 140-159 90-99 ให้ตรวจความดันอีกใน 2 เดือน ความดันโลหิตสูงระดับ 2 Stage 2 (Moderate) &#62;160  &#62;100 ให้พแพทย์ใน 1 เดือน           ปัจจุบันเสี่ยงที่ควบคุมได้ -           ขาดการออกกำลังกาย -           สะสมความเครียด -           [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td colspan="4" width="616" valign="top">ความดันโลหิตที่วัดได้ (mm Hg)*</td>
</tr>
<tr>
<td width="243" valign="top">ความรุงแรงของความดันโลหิต</td>
<td width="113" valign="top">Systolic</td>
<td width="105" valign="top">Diastolic</td>
<td width="154" valign="top">จะต้องทำอะไร</td>
</tr>
<tr>
<td width="243" valign="top">ความดันโลหิตที่ต้องการ</td>
<td width="113" valign="top">น้อยกว่า   120</td>
<td width="105" valign="top">น้อยกว่า 80</td>
<td width="154" valign="top">ให้ตรวจซ้ำใน 2 ปี</td>
</tr>
<tr>
<td width="243" valign="top">ความดันโลหิตสูงขั้นต้น</td>
<td width="113" valign="top">130 &#8211; 139</td>
<td width="105" valign="top">85-89</td>
<td width="154" valign="top">ตรวจซ้ำภายใน 1 ปี</td>
</tr>
<tr>
<td colspan="4" width="616" valign="top">ความดันโลหิตสูง</td>
</tr>
<tr>
<td width="243" valign="top">ความดันโลหิตสูงระดับ 1 Stage 1 (Mild)</td>
<td width="113" valign="top">140-159</td>
<td width="105" valign="top">90-99</td>
<td width="154" valign="top">ให้ตรวจความดันอีกใน 2 เดือน</td>
</tr>
<tr>
<td width="243" valign="top">ความดันโลหิตสูงระดับ 2 Stage 2 (Moderate)</td>
<td width="113" valign="top">&gt;160</td>
<td width="105" valign="top"> &gt;100</td>
<td width="154" valign="top">ให้พแพทย์ใน 1 เดือน</td>
</tr>
<tr>
<td width="243" valign="top"> </td>
<td width="113" valign="top"> </td>
<td width="105" valign="top"> </td>
<td width="154" valign="top"> </td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p> </p>
<p><span id="more-1357"></span>ปัจจุบันเสี่ยงที่ควบคุมได้</p>
<p>-           ขาดการออกกำลังกาย</p>
<p>-           สะสมความเครียด</p>
<p>-           เป็นความดันโลหิตสูง</p>
<p>-           ปัญหาจากน้ำหนักเกิน  คนอ้วนจะพบความดันโลหิตสูงได้มากกว่าคนผอม  โดยเฉพาะคนที่มีดัชนีมวลกายมากกว่า 30 เมื่อลกน้ำหนักความดันก็จะลดลง</p>
<p>-           กินเกลือมาก  คนที่ชอบกินเค็มทีแนวโน้มที่จะมีความดันโลหิตสูง</p>
<p>-           การสูบบุหรี่  ซึ่งเป็นศัตรูของสุขภาพที่ดีเลย</p>
<p>-           การปล่อยให้ใขมันในเลือดสูง</p>
<p>-           เมื่อเป็นเบาหวานก็เสี่ยงความดันสูงดันสูงและหัวใจตามาติดๆ</p>
<p>ปัจจับเสี่ยงที่คุมไม่ได้</p>
<p>                ครอบครัว  ญาติ  เป็นความดันโลหิตสูงโอกาศที่เป็นก็มีมาก  ดังนั้นผู้ที่มีญาติเป็น  หมั่นตรวจวัดความดันอย่างสม่ำเสมอ</p>
<p>                อายุ  และเพศ  ในวัยก่อนหมดประจำเดือน  ผู้ชายจะมีความหันโลหิตมากกว่าผู้หญิง  เมื่อวัยหมดประจำเดือนผู้หญิงจะเป็นความดันโลหิตมากกว่าผู้ชายส่วนในคนแก่พบความดันโลหิตสูงพอๆกัน  โดยมากมักพบความดันในช่วงอายุ 35 – 50 ปี</p>
<p>                เชื้อชาติ  พบความดันโลหิตสูงในผิวดำมากกว่าผิวขาว</p>
<p>                ที่มา : นิตยสาร  alternative heath</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.krabork.com/2010/08/28/%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เคล็ดลับในการรักษาความดันโลหิตสูง</title>
		<link>http://www.krabork.com/2010/08/27/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.krabork.com/2010/08/27/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Aug 2010 16:45:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ความดัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความดันโลหิตสูง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.krabork.com/?p=1352</guid>
		<description><![CDATA[              1. ตรวจวัดความดันเป็นระยะ                 2.รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์  โดยการลดน้ำหนักลง 10%  สำหรับผุ้ที่มีน้ำหนักเกิน                 3. งดอาหารเค็มหรือเกลือไม่ควรได้รับเกลือเกิน 6 กนับต่อวัน                 4. รับประทานอาหารไขมันต่ำ                 5. งดสูบบุหรี่                 6. รับประทานยาตามแพทย์สั่ง                 7. ไปตามแพทย์นัด                 8. ออกกำลังกายตามแพทย์แนะนำ  โดยการออกกำลังกายวันล่ะ 30 – 45 นาที  สัปดาห์ละ 3 – 5 วัน                 9. รับประทานอาหารที่มีเกลือโพสเทสเวียม                 10. แนะนำให้พาพ่อแม่พี่น้องและลูกไปตรวจความดันโลหิต]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.krabork.com/wp-content/uploads/2010/08/38f7c71b9e67df5.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-1353" style="margin: 7px;" title="38f7c71b9e67df5" src="http://www.krabork.com/wp-content/uploads/2010/08/38f7c71b9e67df5-300x212.jpg" alt="" width="180" height="127" /></a>              1. ตรวจวัดความดันเป็นระยะ</p>
<p>                2.รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์  โดยการลดน้ำหนักลง 10%  สำหรับผุ้ที่มีน้ำหนักเกิน</p>
<p>                3. งดอาหารเค็มหรือเกลือไม่ควรได้รับเกลือเกิน 6 กนับต่อวัน</p>
<p>                4. รับประทานอาหารไขมันต่ำ</p>
<p>                5. งดสูบบุหรี่</p>
<p>   <span id="more-1352"></span>             6. รับประทานยาตามแพทย์สั่ง</p>
<p>                7. ไปตามแพทย์นัด</p>
<p>                8. ออกกำลังกายตามแพทย์แนะนำ  โดยการออกกำลังกายวันล่ะ 30 – 45 นาที  สัปดาห์ละ 3 – 5 วัน</p>
<p>                9. รับประทานอาหารที่มีเกลือโพสเทสเวียม</p>
<p>                10. แนะนำให้พาพ่อแม่พี่น้องและลูกไปตรวจความดันโลหิต</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.krabork.com/2010/08/27/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เข็มทิศปัญหารอบดวงตา</title>
		<link>http://www.krabork.com/2010/08/27/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.krabork.com/2010/08/27/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Aug 2010 11:37:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความสวยความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[ดวงตา]]></category>
		<category><![CDATA[ตา]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหารอบดวงตา]]></category>
		<category><![CDATA[รอบดวงตา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.krabork.com/?p=1348</guid>
		<description><![CDATA[           น่าแปลกที่พื้นที่ผิวไม่กี่ตารางเวนติเมตรนี้สามารถบ่งบอกถึงพฤติกรรมที่ผ่านมาของคุณได้อย่างชัดเจน  ไม่ว่าจะเป็น  นอนดึกกินอาหารขยะ   หรือไปเที่ยวทะเลมา  เนื่องจากผิวตรงนี้แสนจะบอบบาง  จึงมีแนวโน้มสูงที่มันจะฟ้องวัยและไลฟ์สไตล์แย่ๆ  ของคุณก่อนส่วนอื่น  ทั้งยังไวต่อสิ่งเร้าและระคายเคืองง่ายอีกแน่                 เพราะเหตุนี้นี่แหละ  อายครีมจึงเป็นผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอยชิ้นแรก  ที่ผู้หญิงมองหา  ด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยมว่ามันจะช่วยยกกระซับ  ดึง  รั้ง  ปรับสีผิวให้ถุงกาแฟรอบดวงตาพอไปวัดไปวากับเขาได้บ้าง                 บริษัทเครื่องสำอางค์ก็จับจุดถูก  ถึงได้แห่แหนกันออกตลาดรอบดวงตาซึ่งบรรจุสารวิเศษมาแทบล้นตลาด  การจะเลือกอายครีมแต่ละครั้งจึงทำให้คุณเหงื่อตกได้พอๆ  กับการทำข้อสอบปริญญาเอก  เจ้าจึงขอเป็นเข็มทิศนำทางเรื่องผิมรอบดวงตา  เพื่อให้คุณได้ครีมที่ถูกใจ  ถูกอาการ  และแน่นอนถูกเงินด้วย ปัญหาคาตา : ผิวห้อย  หย่อนยาน                 สาเหตุ : โครงสร้างผิวบริเวณนี้บอบบางมาก  อีกทั้งยังมีปฏิกิริยาเคมีการปรับสภาพเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ  แต่เมื่อเลยวัยหลักสาม  กระบวนการซ่อมแซมจะเริ่มกะปลกกะเปลี้ย  เริ่มจากการสูญเสียความยืดหยุ่น  ความกระซับโบกมือลา  และเพราะผิวบางลงกว่าเดิม  การกักเก็มความชุ่มซื้นจึงยำแย่  แม้ว่าคุณจะเขมือบน้ำวันละสิบลิตร                 ทางแก้ : ซะลอการเสื่อมของความยืดหยุ่นและยกระดับการฟื้นฟูให้เร็วขึ้น  สารที่มีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการดังกล่าวคือ เบตา – กลูแคนส์ (Beta – Glucans)  ซึ่งช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมในระดับเซลล์  สารพบมากในพืชตระกูลเห็ด  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.krabork.com/wp-content/uploads/2010/08/356461.jpg"><img class="alignleft size-medium wp-image-1349" style="margin: 7px;" title="356461" src="http://www.krabork.com/wp-content/uploads/2010/08/356461-200x300.jpg" alt="" width="140" height="210" /></a>           น่าแปลกที่พื้นที่ผิวไม่กี่ตารางเวนติเมตรนี้สามารถบ่งบอกถึงพฤติกรรมที่ผ่านมาของคุณได้อย่างชัดเจน  ไม่ว่าจะเป็น  นอนดึกกินอาหารขยะ   หรือไปเที่ยวทะเลมา  เนื่องจากผิวตรงนี้แสนจะบอบบาง  จึงมีแนวโน้มสูงที่มันจะฟ้องวัยและไลฟ์สไตล์แย่ๆ  ของคุณก่อนส่วนอื่น  ทั้งยังไวต่อสิ่งเร้าและระคายเคืองง่ายอีกแน่</p>
<p>                เพราะเหตุนี้นี่แหละ  อายครีมจึงเป็นผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอยชิ้นแรก  ที่ผู้หญิงมองหา  ด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยมว่ามันจะช่วยยกกระซับ  ดึง  รั้ง  ปรับสีผิวให้ถุงกาแฟรอบดวงตาพอไปวัดไปวากับเขาได้บ้าง</p>
<p>                บริษัทเครื่องสำอางค์ก็จับจุดถูก  ถึงได้แห่แหนกันออกตลาดรอบดวงตาซึ่งบรรจุสารวิเศษมาแทบล้นตลาด  การจะเลือกอายครีมแต่ละครั้งจึงทำให้คุณเหงื่อตกได้พอๆ  กับการทำข้อสอบปริญญาเอก  เจ้าจึงขอเป็นเข็มทิศนำทางเรื่องผิมรอบดวงตา  เพื่อให้คุณได้ครีมที่ถูกใจ  ถูกอาการ  และแน่นอนถูกเงินด้วย</p>
<p><span id="more-1348"></span><strong>ปัญหาคาตา : ผิวห้อย  หย่อนยาน</strong></p>
<p>                สาเหตุ : โครงสร้างผิวบริเวณนี้บอบบางมาก  อีกทั้งยังมีปฏิกิริยาเคมีการปรับสภาพเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ  แต่เมื่อเลยวัยหลักสาม  กระบวนการซ่อมแซมจะเริ่มกะปลกกะเปลี้ย  เริ่มจากการสูญเสียความยืดหยุ่น  ความกระซับโบกมือลา  และเพราะผิวบางลงกว่าเดิม  การกักเก็มความชุ่มซื้นจึงยำแย่  แม้ว่าคุณจะเขมือบน้ำวันละสิบลิตร</p>
<p>                <strong>ทางแก้ :</strong> ซะลอการเสื่อมของความยืดหยุ่นและยกระดับการฟื้นฟูให้เร็วขึ้น  สารที่มีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการดังกล่าวคือ เบตา – กลูแคนส์ (Beta – Glucans)  ซึ่งช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมในระดับเซลล์  สารพบมากในพืชตระกูลเห็ด  เช่นเห้ดหอมเห้ดหลินจือ  เนื่องจากสารนี้ยากที่จะใด้รับอย่างเพียงพอจากการบริโภค  คุณอาจปรึกษาเภสัชกรเพื่อรับเพื่มจากการผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร</p>
<p>              <strong>  สิ่งที่ควรมองหา :</strong> แน่นอนว่าต้องเป็นครีมที่มีส่วนผสมของเบตา-กลูแคนส์  สารต้านอนุมูลอิสระก็จำเป็นต่อการผลิตคอลลาเจน  เช่น  ไอดีบีโนน (idebenone) หรือสารสกัดจากธรรมชาติอย่างน้ำมันโรสฮิป (Rosehip Oil)</p>
<p><strong>ปัญหาคาตา : ตาบวมพอง</strong></p>
<p>                <strong>สาเหตุ :</strong> มักเกิดจากการไหลเวียนน้ำเหลือง (ของเหลวที่ขนส่งเม็ดเลือดขาวไปทั่วร่างกาย) ]f]’  ส่วนอาการผิวรอบตาโป่งขึ้นหลังตื่นนอน  เป็นเพราะเมื่อคุณนอนราบของเหลวจะขังอยู่โดยไม่มีการระบายออก  และถ้าผิวคุณไวต่อสิ่งเร้ามากๆ  เครื่องสำอางอาจก่อความระคายเคืองจนคุณต้องขยี้ตาบ่อยๆ  โดยไม่รู้ตัว  นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับระดับไขมันซึ่งเป็นผลจากพัธุกรรม</p>
<p>                <strong>ทางแก้ :</strong> การออกำลังกายและการสุดหายใจลึกๆ  ช่วยให้น้ำเหลืองไหลเวียนดีขึ้น  เพราะร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้นอาการบวมจึงบรรเทาลง  ถ้าอาการมักเกิดช่วงลุกจากเตียงตอนเช้า  ลองหมุนหมอนที่สูงกว่าเดิมเล้กน้อย  ถ้าห้ามตัวเองไม่ให้ขยี้ตาไม่ได้  ควรเลี่ยงการเสริมสวยรอบดวงตา  เช่น  การหาอายไลเนอร์  อายแชโดวน์  มาสคาร่า</p>
<p>                <strong>สิ่งที่ควรมองหา :</strong> ครีมที่มีสารเริงการขับของเหลวอย่างกาเฟอีน (แต่การดื่มกาแฟไม่ช่วยแก้ปัยหานี้นะ)  ถ้าปัยหานี้เกิดจากไขมัน  สารสกัดจาก บัควีท (Buckeheat)  จะช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้</p>
<p><strong>ปัญหาคาตา : ตีนกา</strong></p>
<p>                <strong>สาเหตุ :</strong> รอยเท้านกขนดำเป็นริ้วรอยแรกๆ  ที่ปรากฏบนใบหน้า  นอกจากเกิดจากความเสื่อมตามวัยแล้ว  การสัมผัสแสงแดดและมลภาวะก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง  เนื่องจากมันทำลายเส้นใยอีสาสตินและคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง  การแสดงอารมร์ความรู้สึกอย่างหัวเราะหรือขมวดคิ้วก็มีส่วนรับผิดชอบต่อปัญหานี้ด้วย</p>
<p>                <strong>ทางแก้ :</strong> ถ้าคุณไม่ได้สูบุหรี่และสูกดมควันจากสิงห์อมควันคนอื่นไม่ได้เผชิญกับแสงแดดเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน  ปัญหานี้ก็จะบรรเทาเบาบางลงมาก  ริ้วรอยจะมาเยือนช้าและเส้นจะไม่น่าสยองมากนัก  การรักประทานอาหารที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระออกกำลังกายเป็นประจำและนอนหลับผักผ่อน 6 – 8 ชั่วโมง  จะช่วยให้คุณหน้าอ่อนอย่างเห็นได้ชัด</p>
<p>                <strong>สิ่งที่ควรทำ :</strong> ครีมบำรุงผิวรอบดวงตาที่มีส่วนผสมของสารกันแดดอย่างน้อย SPF 15 และไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมที่อาจสร้างความระคายเคือง  สารต้านอนุมูลอิสระอย่าง  วิตามินซี อี  ก็มีประโยชน์ไม่น้อย  ส่วนกรดไฮยาลูรอนนิก (Hyaluronic Acid)  จะช่วยให้ผิวชั้นนอกอ่อนนุ่ม  และเก็บรักษาความชุ่มชื่นได้ดีขึ้น</p>
<p><strong>ปัญหาคาตา : ตาแพนด้า</strong></p>
<p>                <strong>สาเหตุ :</strong> เกิดจากเลือกที่มาจากเส้นเลือดฝอยที่เสียหายใต้ผิวหนัง  เมื่อสารฮีโมโกลบินในเลือดทำปฏิกิรกยากับออกซิเจนจะมีสีม่วงดำ  ใต้ตาของคุณจึงดำคล้ำราวกับโดนของ  กรรมพันธุ์มักมีเอี่ยวกับปัญหานี้  การสูบบุหรี่    นอนผักผ่อนน้อยความเครียดจ้องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน  การถูกแสงแดด  ล้วนซ้ำเติมอาการแพนด้าให้เลวร้ายยิ่งขึ้น</p>
<p>                <strong>ทางแก้ :</strong> ถ้าปัยหาเป็นผลมาจากใช้ชีวิตแบบไม่ใส่ใจก็จงเปลี่ยนมันซะ  เลิกบุหรี่  เข้านอนแต่หัวค่ำ  อย่าหมกหมุ่นกับอุปสรรคในชีวิตมากเกินไป  หาความบันเทิงใส่ตัวบ้าง  พักสายตาจากหน้าคอมฯ  บ่อยๆ  เลี่ยงแสงแดดและใช้ครีมกันแดด  ถ้าเดจากพันธุกรรมก็หัดตีชี้กับคอนซีลเลอร์ซะ</p>
<p>                <strong>สิ่งที่ควรมองหา :</strong> ครีมที่มีวิตามินเค  วิตามินพี  ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแรงขแงผนังเส้นเลือดฝอย  สารที่ช่วยกระจายแสงอย่างซิลิกาจะทำให้ผิวรอบดวงตาดูสว่างขึ้น</p>
<p><span style="color: #888888;">                ที่มา : นิตยสาร alternative health</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.krabork.com/2010/08/27/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

